ความแตกต่างระหว่างกลองชุดกับกลองไฟฟ้า สำหรับผู้เริ่มเรียนกลองไฟฟ้า

สารบัญเนื้อหา

  1. เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักตีกลอง
  2. กลองชุด (อะคูสติก) คืออะไร?
  3. กลองไฟฟ้าคืออะไร?
  4. เปรียบเทียบความรู้สึกในการเล่น
  5. ความสะดวกในการใช้งานและพื้นที่ในการจัดวาง
  6. ความยากง่ายในการดูแลรักษา
  7. งบประมาณในการเริ่มต้น
  8. การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
  9. ความพร้อมในการขึ้นเวทีหรือแสดงสด
  10. ทางเลือกของผู้เริ่มต้น: ควรเลือกแบบไหน?
  11. เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับผู้เริ่มเรียนตีกลองชุด
  12. สรุป

เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักตีกลอง

เสียงของกลองสามารถปลุกเร้าอารมณ์ ปล่อยพลัง และเป็นหัวใจสำคัญของทุกจังหวะในเพลง หากคุณกำลังเริ่มสนใจ เรียนตีกลองชุด คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรเริ่มจากกลองแบบไหนดี?” ระหว่างกลองชุดอะคูสติกกับกลองไฟฟ้า ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับความแตกต่างของกลองทั้งสองแบบ พร้อมคำแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับคุณในช่วงเริ่มต้นการฝึกฝนเส้นทางดนตรี


กลองชุด (อะคูสติก) คืออะไร?

กลองชุด หรือที่หลายคนเรียกว่ากลองอะคูสติก คือชุดเครื่องดนตรีที่สร้างเสียงโดยตรงจากการตีลงบนวัสดุจริง เช่น หนังกลอง ขอบไม้ หรือโลหะ เสียงที่ได้จะเป็นธรรมชาติ ดิบ และทรงพลัง

กลองชุดจะประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เช่น สแนร์ที่ให้เสียงคมชัดในจังหวะหลัก เบสดรัมที่เป็นหัวใจของจังหวะเท้า ทอมที่ช่วยเพิ่มสีสันของการตี และฉาบหรือไฮแฮทที่เติมมิติให้กับจังหวะเพลง ทุกองค์ประกอบล้วนทำหน้าที่เฉพาะตัวเพื่อสร้างจังหวะที่ทรงพลังและสมดุล


กลองไฟฟ้าคืออะไร?

ในขณะที่กลองไฟฟ้าคือเครื่องดนตรีสมัยใหม่ที่ใช้แป้นยางหรือแป้นตาข่าย (Mesh Head) เป็นตัวรับแรงตี และแปลงเป็นสัญญาณเสียงผ่านโมดูลเสียง (Sound Module) ซึ่งสามารถจำลองเสียงของกลองจริงหลายประเภทได้ภายในชุดเดียว

เสียงจากกลองไฟฟ้าสามารถควบคุมระดับความดังเบาได้อย่างแม่นยำ ต่อหูฟังได้ ไม่รบกวนคนในบ้านหรือเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อทำเพลงหรืออัดเสียงได้โดยตรง


เปรียบเทียบความรู้สึกในการเล่น

ความรู้สึกที่ได้จากการตีกลองชุดจะมีแรงสะท้อน (Rebound) ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะวัสดุเป็นหนังกลองหรือโลหะจริง มือและเท้าของผู้เล่นจะรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนของเสียง ทำให้ผู้เรียนตีกลองชุดสามารถเข้าใจการควบคุมพลังได้อย่างแท้จริง

ในขณะที่กลองไฟฟ้าให้สัมผัสที่แตกต่าง โดยเฉพาะถ้าใช้แป้นยางจะรู้สึกแข็งกว่า และอาจไม่ได้แรงสะท้อนเหมือนกลองจริง แม้ว่าแป้นแบบ Mesh จะให้ความรู้สึกใกล้เคียงก็ตาม แต่ยังคงมีความต่างที่ผู้ฝึกฝนจะรู้สึกได้ทันที


ความสะดวกในการใช้งานและพื้นที่ในการจัดวาง

กลองชุดต้องการพื้นที่พอสมควร และควรอยู่ในห้องที่เก็บเสียงได้ดีพอ เพราะเสียงที่ดังมากอาจรบกวนคนรอบข้างได้ง่าย จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่อยู่คอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด

ส่วนกลองไฟฟ้ามีขนาดกะทัดรัดกว่ามาก สามารถพับเก็บได้บางส่วน และที่สำคัญคือสามารถต่อหูฟังเพื่อลดเสียงรบกวนได้ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการฝึกซ้อมทุกวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียง


ความยากง่ายในการดูแลรักษา

กลองชุดต้องการการดูแลรักษามากกว่า เช่น ต้องตั้งหนังกลองให้ตึงอยู่เสมอ เปลี่ยนหัวกลองเมื่อเสื่อมสภาพ เช็ดสนิมจากขอบเหล็ก หรือดูแลฉาบไม่ให้แตก

กลองไฟฟ้าแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องสนิมหรือหัวกลองแตก แต่ก็มีความเสี่ยงด้านระบบไฟฟ้า เช่น สายเชื่อมต่อหลวม สัญญาณเพี้ยน หรือแป้นรับแรงตีเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ต้องระมัดระวังไม่ต่างกัน


งบประมาณในการเริ่มต้น

สำหรับมือใหม่ งบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ กลองชุดมือใหม่อาจเริ่มต้นที่ราคาถูกกว่า แต่หากต้องการเล่นในบ้านแบบไม่รบกวนใคร คุณจะต้องลงทุนเพิ่มเติมในเรื่องของห้องเก็บเสียงหรืออุปกรณ์ลดเสียงอย่างแผ่นซับเสียง

ในขณะที่กลองไฟฟ้าแม้ราคาจะสูงกว่าบ้างในช่วงเริ่มต้น แต่การใช้งานสามารถตอบโจทย์เรื่องเสียงและพื้นที่ได้ดีกว่า โดยเฉพาะคนที่อยากฝึกซ้อมทุกวันอย่างต่อเนื่อง


การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ

หากคุณตั้งใจ เรียนตีกลองชุด เพื่อเล่นอย่างจริงจัง ทั้งกลองชุดและกลองไฟฟ้าสามารถพัฒนาทักษะของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ควรเข้าใจว่า “เสียง” และ “สัมผัส” ที่ได้จากทั้งสองแบบมีผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว

การฝึกบนกลองชุดจะช่วยให้คุณพัฒนาการควบคุมน้ำหนักมือ น้ำหนักเท้า และฝึกไดนามิกของเสียงได้อย่างชัดเจน ส่วนกลองไฟฟ้าจะได้เปรียบด้านการฝึกที่สามารถตั้งจังหวะ (Metronome) อัตโนมัติ รวมถึงฟังก์ชันอัดเสียงไว้ฟังย้อนหลัง ซึ่งช่วยให้วิเคราะห์การเล่นของตนเองได้ดีขึ้น


ความพร้อมในการขึ้นเวทีหรือแสดงสด

หากเป้าหมายของคุณคือการแสดงสดบนเวทีหรือในงานต่าง ๆ กลองชุดยังคงเป็นตัวเลือกหลัก เพราะเสียงที่ได้จะมีพลังและให้ความรู้สึกที่เข้าถึงผู้ฟังได้ดีกว่า

แต่ถ้าคุณต้องการนำกลองไปแสดงในที่ที่ต้องควบคุมเสียง เช่น งานในห้างสรรพสินค้า หรืองานเล็ก ๆ ที่มีข้อจำกัดด้านเสียง กลองไฟฟ้าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะสามารถเชื่อมต่อกับระบบเสียงภายนอกได้โดยไม่ต้องใช้ไมค์จ่อทุกชิ้นกลอง


ทางเลือกของผู้เริ่มต้น: ควรเลือกแบบไหน?

สำหรับผู้เริ่มต้นที่กำลังมองหาเส้นทางในการ เรียนตีกลองชุด ขอแนะนำให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานที่ซ้อม งบประมาณ และเป้าหมายในอนาคต

หากคุณอยู่คอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ การมีกลองไฟฟ้าจะช่วยให้คุณฝึกได้ทุกวันโดยไม่สร้างปัญหาให้เพื่อนบ้าน แต่ถ้าคุณมีพื้นที่กว้างและสามารถจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม กลองชุดจะทำให้คุณเข้าใจการเล่นจริงได้เร็วกว่า


เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับผู้เริ่มเรียนตีกลองชุด

  1. เริ่มจากการฝึกจับไม้กลองให้ถูกวิธี

  2. ใช้ Metronome ช่วยฝึกจังหวะ

  3. ฝึกแยกมือ–เท้า เพื่อสร้างการประสานงาน

  4. ฝึก Groove พื้นฐาน เช่น Rock, Pop, Ballad

  5. ลองเล่นเพลงจริงเพื่อฝึกความต่อเนื่อง

  6. ถ่ายวิดีโอการเล่นของตัวเองเพื่อวิเคราะห์พัฒนา

  7. หาครูที่มีประสบการณ์ในการปูพื้นฐาน


สรุป

การตัดสินใจเลือกกลองแบบใดแบบหนึ่งเพื่อเริ่มต้น เรียนตีกลองชุด ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเป้าหมายของคุณเป็นหลัก หากคุณต้องการเรียนรู้แบบเงียบ ๆ ไม่รบกวนใคร กลองไฟฟ้าคือคำตอบ แต่หากคุณอยากสัมผัสความเป็นจริงของเวทีและเสียงที่หนักแน่น กลองชุดคือทางเลือกที่เหมาะสม

สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นและมีวินัยในการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกเครื่องดนตรีแบบใด หากลงมือจริง ผลลัพธ์ก็จะตามมาแน่นอน

สนใจเรียนดนตรีกับมีภูมิ สามารถทดลองเรียนได้ฟรี

  • ค่าธรรมเนียมเบื้องต้น: 500 บาท (เฉพาะคอร์สเต้น)

  • นโยบายการคืนเงิน: ค่าธรรมเนียม 500 บาทนี้จะถูกคืนเมื่อ การสมัครเรียนเสร็จสมบูรณ์