สารบัญเนื้อหา
- เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักตีกลอง
- กลองชุด (อะคูสติก) คืออะไร?
- กลองไฟฟ้าคืออะไร?
- เปรียบเทียบความรู้สึกในการเล่น
- ความสะดวกในการใช้งานและพื้นที่ในการจัดวาง
- ความยากง่ายในการดูแลรักษา
- งบประมาณในการเริ่มต้น
- การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
- ความพร้อมในการขึ้นเวทีหรือแสดงสด
- ทางเลือกของผู้เริ่มต้น: ควรเลือกแบบไหน?
- เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับผู้เริ่มเรียนตีกลองชุด
- สรุป
เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักตีกลอง
เสียงของกลองสามารถปลุกเร้าอารมณ์ ปล่อยพลัง และเป็นหัวใจสำคัญของทุกจังหวะในเพลง หากคุณกำลังเริ่มสนใจ เรียนตีกลองชุด คำถามแรกที่มักเกิดขึ้นคือ “ควรเริ่มจากกลองแบบไหนดี?” ระหว่างกลองชุดอะคูสติกกับกลองไฟฟ้า ซึ่งต่างก็มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่ไม่เหมือนกัน
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับความแตกต่างของกลองทั้งสองแบบ พร้อมคำแนะนำว่าแบบไหนเหมาะกับคุณในช่วงเริ่มต้นการฝึกฝนเส้นทางดนตรี
กลองชุด (อะคูสติก) คืออะไร?
กลองชุด หรือที่หลายคนเรียกว่ากลองอะคูสติก คือชุดเครื่องดนตรีที่สร้างเสียงโดยตรงจากการตีลงบนวัสดุจริง เช่น หนังกลอง ขอบไม้ หรือโลหะ เสียงที่ได้จะเป็นธรรมชาติ ดิบ และทรงพลัง
กลองชุดจะประกอบด้วยชิ้นส่วนหลักหลายอย่างที่ทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว เช่น สแนร์ที่ให้เสียงคมชัดในจังหวะหลัก เบสดรัมที่เป็นหัวใจของจังหวะเท้า ทอมที่ช่วยเพิ่มสีสันของการตี และฉาบหรือไฮแฮทที่เติมมิติให้กับจังหวะเพลง ทุกองค์ประกอบล้วนทำหน้าที่เฉพาะตัวเพื่อสร้างจังหวะที่ทรงพลังและสมดุล
กลองไฟฟ้าคืออะไร?
ในขณะที่กลองไฟฟ้าคือเครื่องดนตรีสมัยใหม่ที่ใช้แป้นยางหรือแป้นตาข่าย (Mesh Head) เป็นตัวรับแรงตี และแปลงเป็นสัญญาณเสียงผ่านโมดูลเสียง (Sound Module) ซึ่งสามารถจำลองเสียงของกลองจริงหลายประเภทได้ภายในชุดเดียว
เสียงจากกลองไฟฟ้าสามารถควบคุมระดับความดังเบาได้อย่างแม่นยำ ต่อหูฟังได้ ไม่รบกวนคนในบ้านหรือเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังสามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์เพื่อทำเพลงหรืออัดเสียงได้โดยตรง
เปรียบเทียบความรู้สึกในการเล่น
ความรู้สึกที่ได้จากการตีกลองชุดจะมีแรงสะท้อน (Rebound) ที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เพราะวัสดุเป็นหนังกลองหรือโลหะจริง มือและเท้าของผู้เล่นจะรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนของเสียง ทำให้ผู้เรียนตีกลองชุดสามารถเข้าใจการควบคุมพลังได้อย่างแท้จริง
ในขณะที่กลองไฟฟ้าให้สัมผัสที่แตกต่าง โดยเฉพาะถ้าใช้แป้นยางจะรู้สึกแข็งกว่า และอาจไม่ได้แรงสะท้อนเหมือนกลองจริง แม้ว่าแป้นแบบ Mesh จะให้ความรู้สึกใกล้เคียงก็ตาม แต่ยังคงมีความต่างที่ผู้ฝึกฝนจะรู้สึกได้ทันที
ความสะดวกในการใช้งานและพื้นที่ในการจัดวาง
กลองชุดต้องการพื้นที่พอสมควร และควรอยู่ในห้องที่เก็บเสียงได้ดีพอ เพราะเสียงที่ดังมากอาจรบกวนคนรอบข้างได้ง่าย จึงอาจไม่เหมาะกับคนที่อยู่คอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด
ส่วนกลองไฟฟ้ามีขนาดกะทัดรัดกว่ามาก สามารถพับเก็บได้บางส่วน และที่สำคัญคือสามารถต่อหูฟังเพื่อลดเสียงรบกวนได้ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการฝึกซ้อมทุกวันโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียง
ความยากง่ายในการดูแลรักษา
กลองชุดต้องการการดูแลรักษามากกว่า เช่น ต้องตั้งหนังกลองให้ตึงอยู่เสมอ เปลี่ยนหัวกลองเมื่อเสื่อมสภาพ เช็ดสนิมจากขอบเหล็ก หรือดูแลฉาบไม่ให้แตก
กลองไฟฟ้าแม้จะไม่มีปัญหาเรื่องสนิมหรือหัวกลองแตก แต่ก็มีความเสี่ยงด้านระบบไฟฟ้า เช่น สายเชื่อมต่อหลวม สัญญาณเพี้ยน หรือแป้นรับแรงตีเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ซึ่งผู้ใช้ต้องระมัดระวังไม่ต่างกัน
งบประมาณในการเริ่มต้น
สำหรับมือใหม่ งบประมาณก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ กลองชุดมือใหม่อาจเริ่มต้นที่ราคาถูกกว่า แต่หากต้องการเล่นในบ้านแบบไม่รบกวนใคร คุณจะต้องลงทุนเพิ่มเติมในเรื่องของห้องเก็บเสียงหรืออุปกรณ์ลดเสียงอย่างแผ่นซับเสียง
ในขณะที่กลองไฟฟ้าแม้ราคาจะสูงกว่าบ้างในช่วงเริ่มต้น แต่การใช้งานสามารถตอบโจทย์เรื่องเสียงและพื้นที่ได้ดีกว่า โดยเฉพาะคนที่อยากฝึกซ้อมทุกวันอย่างต่อเนื่อง
การเรียนรู้และพัฒนาทักษะ
หากคุณตั้งใจ เรียนตีกลองชุด เพื่อเล่นอย่างจริงจัง ทั้งกลองชุดและกลองไฟฟ้าสามารถพัฒนาทักษะของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ควรเข้าใจว่า “เสียง” และ “สัมผัส” ที่ได้จากทั้งสองแบบมีผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว
การฝึกบนกลองชุดจะช่วยให้คุณพัฒนาการควบคุมน้ำหนักมือ น้ำหนักเท้า และฝึกไดนามิกของเสียงได้อย่างชัดเจน ส่วนกลองไฟฟ้าจะได้เปรียบด้านการฝึกที่สามารถตั้งจังหวะ (Metronome) อัตโนมัติ รวมถึงฟังก์ชันอัดเสียงไว้ฟังย้อนหลัง ซึ่งช่วยให้วิเคราะห์การเล่นของตนเองได้ดีขึ้น
ความพร้อมในการขึ้นเวทีหรือแสดงสด
หากเป้าหมายของคุณคือการแสดงสดบนเวทีหรือในงานต่าง ๆ กลองชุดยังคงเป็นตัวเลือกหลัก เพราะเสียงที่ได้จะมีพลังและให้ความรู้สึกที่เข้าถึงผู้ฟังได้ดีกว่า
แต่ถ้าคุณต้องการนำกลองไปแสดงในที่ที่ต้องควบคุมเสียง เช่น งานในห้างสรรพสินค้า หรืองานเล็ก ๆ ที่มีข้อจำกัดด้านเสียง กลองไฟฟ้าจะตอบโจทย์มากกว่า เพราะสามารถเชื่อมต่อกับระบบเสียงภายนอกได้โดยไม่ต้องใช้ไมค์จ่อทุกชิ้นกลอง
ทางเลือกของผู้เริ่มต้น: ควรเลือกแบบไหน?
สำหรับผู้เริ่มต้นที่กำลังมองหาเส้นทางในการ เรียนตีกลองชุด ขอแนะนำให้พิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สถานที่ซ้อม งบประมาณ และเป้าหมายในอนาคต
หากคุณอยู่คอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ การมีกลองไฟฟ้าจะช่วยให้คุณฝึกได้ทุกวันโดยไม่สร้างปัญหาให้เพื่อนบ้าน แต่ถ้าคุณมีพื้นที่กว้างและสามารถจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม กลองชุดจะทำให้คุณเข้าใจการเล่นจริงได้เร็วกว่า
เทคนิคเพิ่มเติมสำหรับผู้เริ่มเรียนตีกลองชุด
-
เริ่มจากการฝึกจับไม้กลองให้ถูกวิธี
-
ใช้ Metronome ช่วยฝึกจังหวะ
-
ฝึกแยกมือ–เท้า เพื่อสร้างการประสานงาน
-
ฝึก Groove พื้นฐาน เช่น Rock, Pop, Ballad
-
ลองเล่นเพลงจริงเพื่อฝึกความต่อเนื่อง
-
ถ่ายวิดีโอการเล่นของตัวเองเพื่อวิเคราะห์พัฒนา
-
หาครูที่มีประสบการณ์ในการปูพื้นฐาน
สรุป
การตัดสินใจเลือกกลองแบบใดแบบหนึ่งเพื่อเริ่มต้น เรียนตีกลองชุด ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเป้าหมายของคุณเป็นหลัก หากคุณต้องการเรียนรู้แบบเงียบ ๆ ไม่รบกวนใคร กลองไฟฟ้าคือคำตอบ แต่หากคุณอยากสัมผัสความเป็นจริงของเวทีและเสียงที่หนักแน่น กลองชุดคือทางเลือกที่เหมาะสม
สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นและมีวินัยในการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่ว่าคุณจะเลือกเครื่องดนตรีแบบใด หากลงมือจริง ผลลัพธ์ก็จะตามมาแน่นอน
สนใจเรียนดนตรีกับมีภูมิ สามารถทดลองเรียนได้ฟรี
-
ค่าธรรมเนียมเบื้องต้น: 500 บาท (เฉพาะคอร์สเต้น)
-
นโยบายการคืนเงิน: ค่าธรรมเนียม 500 บาทนี้จะถูกคืนเมื่อ การสมัครเรียนเสร็จสมบูรณ์